โรคพันธุกรรม ความผิดปกติโครโมโซมเพศ

โรคพันธุกรรม ความผิดปกติโครโมโซมเพศ ที่พบบ่อย พร้อมแนวทางตรวจคัดกรองในครรภ์

โรคพันธุกรรม ความผิดปกติโครโมโซมเพศ เป็นความผิดปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทารกในครรภ์ และอาจส่งผลต่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย การเจริญเติบโต และระบบสืบพันธุ์ของเด็กในอนาคต ทำให้คุณแม่หลายคนมีความกังวลเมื่อต้องเตรียมตัวตั้งครรภ์หรือกำลังมีเบบี๋อยู่ในท้อง

เพื่อให้คุณแม่เข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้อง Happybabys แม่และเด็ก รวบรวมข้อมูลโรคพันธุกรรมที่เกิดจากโครโมโซมเพศผิดปกติ พร้อมวิธีคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ ให้คุณแม่เตรียมความพร้อม และดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจทุกช่วงวัยค่ะ

โรคพันธุกรรม เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมเพศได้อย่างไร?

ในร่างกายของคนเราจะมีโครโมโซมทั้งหมด 23 คู่ (46 แท่ง) แบ่งเป็นโครโมโซมร่างกาย 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่ ได้แก่

  • เพศหญิง = XX
  • เพศชาย = XY

โครโมโซมเพศมีหน้าที่สำคัญทั้งด้านพัฒนาการทางร่างกาย ฮอร์โมน และระบบสืบพันธุ์ ดังนั้นเมื่อโครโมโซมเพศ “ขาด” หรือ “เกิน” อาจส่งผลให้เด็กมีโรคพันธุกรรมบางอย่าง รวมถึงสร้างความผิดปกติด้านการเจริญเติบโตได้

ความผิดปกติเหล่านี้อาจเกิดได้ทั้ง

  • ขณะพ่อแม่สร้างเซลล์ไข่หรืออสุจิ
  • หรือเกิดขึ้นโดยไม่เกี่ยวกับพันธุกรรมครอบครัว

ทำให้คุณแม่ทุกวัย อายุยังไม่ถึง 35 ปี ก็มีโอกาสตั้งครรภ์ทารกที่มีภาวะโครโมโซมเพศผิดปกติได้เช่นกันค่ะ

โรคพันธุกรรม ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ ที่พบบ่อย

จาค็อบส์ ซินโดรม (XYY) – โครโมโซมเพศ XYY เกิน 1 แท่ง

สาเหตุ : ทารกเพศชายมีโครโมโซม Y เกินมา 1 แท่ง → จาก XY กลายเป็น XYY
โอกาสเกิด : ประมาณ 1 ใน 850–1,000 ราย
ใครเสี่ยง : เกิดได้กับคุณแม่ทุกวัย

อาการที่พบบ่อย

  • ส่วนสูงเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติ
  • พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารล่าช้า
  • บางรายอาจมีปัญหาด้านสมาธิ

วิธีคัดกรอง

  • ตรวจ NIPT ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์
  • หรือเจาะน้ำคร่ำช่วง 16–20 สัปดาห์เพื่อตรวจยืนยัน

ไคลน์เฟลเตอร์ ซินโดรม (XXY) – โครโมโซม X เกินในเด็กผู้ชาย

สาเหตุ : ทารกเพศชายมีโครโมโซม X เกินมา → จาก XY เป็น XXY
โอกาสเกิด : 1 ใน 1,000 ราย
กลุ่มเสี่ยง : คุณแม่ตั้งครรภ์อายุ 35 ปีขึ้นไปมีโอกาสเพิ่มขึ้น

อาการที่พบบ่อย

  • ฮอร์โมนเพศชายต่ำ
  • ลูกอัณฑะเล็ก ตัวสูง แขนขายาว
  • ขนตามร่างกายน้อย
  • มีปัญหาด้านการอ่าน เขียน หรือพูด

วิธีคัดกรอง

  • ตรวจ NIPT (10–12 สัปดาห์)
  • ตรวจยืนยันเมื่อเด็กโตขึ้นด้วยการตรวจโครโมโซมและฮอร์โมน

เทอร์เนอร์ ซินโดรม (XO) – เด็กผู้หญิงมีโครโมโซม X ขาดไป 1 แท่ง

สาเหตุ : เด็กหญิงมีโครโมโซม X เพียงแท่งเดียว → XO (ปกติคือ XX)
โอกาสเกิด : 1 ใน 2,000 ราย
ใครเสี่ยง : เกิดได้กับคุณแม่ทุกวัย

อาการที่พบบ่อย

  • คอบวมตั้งแต่อยู่ในครรภ์
  • เท้าบวมน้ำเหลืองตอนคลอด
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือไม่มีเลย
  • ปัญหาฮอร์โมนเพศหญิงผิดปกติ ทำให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้า

วิธีคัดกรอง

  • ตรวจ NIPT (10–12 สัปดาห์)
  • อัลตราซาวด์วัดความหนาต้นคอทารก
  • เจาะน้ำคร่ำเพื่อยืนยัน (16–20 สัปดาห์)

ทริปเปิ้ล เอ็กซ์ ซินโดรม (XXX) – โครโมโซม X เกินในเด็กผู้หญิง

สาเหตุ : เด็กหญิงมีโครโมโซม X เกินเป็น 3 แท่ง → XXX
โอกาสเกิด : 1 ใน 1,000–3,000 ราย
กลุ่มเสี่ยง : คุณแม่ตั้งครรภ์อายุ 35 ปีขึ้นไป

อาการที่พบบ่อย

  • รูปร่างสูงกว่าปกติ
  • ศีรษะเล็ก ตาห่าง
  • อาจมีปัญหาการเรียนรู้ พฤติกรรม หรืออารมณ์

วิธีคัดกรอง

  • ตรวจ NIPT ช่วงอายุครรภ์ 10–12 สัปดาห์
  • หรือเจาะน้ำคร่ำเมื่ออายุครรภ์ 16–20 สัปดาห์

วิธีคัดกรองโรคพันธุกรรมจากโครโมโซมเพศ ตั้งแต่ตั้งครรภ์

คุณแม่สามารถตรวจหาความเสี่ยงได้ตั้งแต่ไตรมาสแรก ด้วยวิธีที่ปลอดภัยและแม่นยำ เช่น

ตรวจ NIPT (เจาะเลือดคุณแม่)

  • ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์
  • ความแม่นยำมากกว่า 99%
  • ไม่เสี่ยงต่อการแท้ง

อัลตราซาวด์วัดความผิดปกติของโครงสร้าง

  • ต้นคอบวม
  • น้ำคร่ำมากผิดปกติ
  • ความผิดปกติของอวัยวะบางส่วน

เจาะน้ำคร่ำ (ตรวจวินิจฉัย)

  • ตรวจยืนยันได้ชัดเจนที่สุด
  • ทำช่วงอายุครรภ์ 16–20 สัปดาห์
  • อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ

ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ…รักษาได้ไหม?

ปัจจุบันโรคเหล่านี้ยัง ไม่สามารถรักษาหาย 100% แต่สามารถดูแลแบบประคับประคองตามอาการ เช่น

  • การให้ฮอร์โมนทดแทน
  • การดูแลพัฒนาการด้านภาษา
  • การติดตามการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่ตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมการดูแลลูกอย่างเหมาะสมตั้งแต่แรกค่ะ

โรคพันธุกรรม ความผิดปกติโครโมโซมเพศ แม้จะเป็นภาวะที่พบไม่บ่อยเท่าความผิดปกติของโครโมโซมร่างกาย แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ทุกวัย การรู้เท่าทันสาเหตุ อาการ และการตรวจคัดกรองตั้งแต่ไตรมาสแรก จะช่วยให้คุณแม่ดูแลลูกได้อย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น

การตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์จึงเป็นขั้นตอนที่ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งรู้เร็ว คุณแม่ก็ยิ่งเตรียมตัวได้ดีขึ้น Happybabys ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่กำลังจะมีสมาชิกใหม่ เติบโตไปอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีในทุกช่วงวัยค่ะ

แชร์บทความนี้
Scroll to Top