คนท้องอยากกินของแปลก เป็นหนึ่งในอาการที่คุณแม่หลายคนต้องเจอในช่วงตั้งครรภ์ บางคนอยากกินแตงกวาดองกับไอศกรีม บางคนชอบกลิ่นน้ำมัน หรือแม้แต่มีความรู้สึกอยากชิมของที่ไม่ใช่อาหาร เช่น ดินหรือสบู่ ฟังดูอาจจะขัดหูขัดตา แต่รู้ไหมว่าอาการแบบนี้มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับอยู่จริง
ที่ Happybabys แม่และเด็ก เราเชื่อว่าทุกความเปลี่ยนแปลงของคุณแม่มีคำอธิบาย และไม่มีสิ่งใด “แปลก” สำหรับร่างกายที่กำลังสร้างชีวิตใหม่ บทความนี้เราจะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจสาเหตุของอาการอยากกินของแปลก พร้อมแนวทางดูแลตัวเองและลูกน้อยให้ปลอดภัยที่สุดในทุกช่วงของการตั้งครรภ์
ทำไมคุณแม่ถึงอยากกินของแปลก ๆ ระหว่างตั้งครรภ์
ในช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะมีการปรับสมดุลหลายอย่าง ทั้งฮอร์โมน การรับรส และการทำงานของสมอง ฮอร์โมนสำคัญที่ชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) จะเพิ่มขึ้นสูงมากในช่วงนี้ ทำให้ความรู้สึกเกี่ยวกับ “รส” และ “กลิ่น” เปลี่ยนไป คุณแม่หลายคนอาจรู้สึกอยากกินของที่ปกติไม่เคยชอบ ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นผลพวงจากการที่ร่างกายพยายาม “หาสมดุลใหม่” เพื่อรองรับการตั้งครรภ์
นอกจากนี้ การอยากดมกลิ่นที่คนทั่วไปไม่ชอบ เช่น กลิ่นน้ำยาเช็ดกระจก หรือกลิ่นน้ำมัน ก็เกิดจากระบบประสาทรับกลิ่นที่ไวขึ้นกว่าปกติ เพราะร่างกายอยู่ในภาวะอ่อนไหวสูงนั่นเอง ความเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางธรรมชาติ ที่ร่างกายของคุณแม่ปรับตัวให้พร้อมกับชีวิตน้อย ๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ภายใน
คนท้องอยากกินของแปลก บอกอะไรเกี่ยวกับร่างกายของคุณแม่บ้าง
จริง ๆ แล้วอาการคนท้องอยากกินของแปลก เป็นสัญญาณบางอย่างที่พยายามบอกคุณแม่ว่า อาจกำลังขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก หรือฟอสเฟต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์และเม็ดเลือด เมื่อสมองตรวจพบความไม่สมดุลแบบนี้ จึงส่งสัญญาณให้เกิดความอยากในสิ่งที่มีสารอาหารเหล่านั้น แม้จะมาในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ยกตัวอย่างสิ่งที่คุณแม่บางคนอาจรู้สึกอยากกิน มีดังนี้
- น้ำแข็งเย็นจัดจากช่องฟรีซ
- ดินทรายหรือฝุ่นบางชนิด
- กากกาแฟหรือผงซักฟอก
- กลิ่นน้ำมัน น้ำยาล้างจาน หรือชอล์ก
เมื่อดูจากสิ่งแปลก ๆ ที่คุณแม่รู้สึกอยากกินแล้ว อาจจะดูเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่อาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าคุณแม่มีอาการผิดปกติ เพียงแต่ควรตรวจเลือดเพื่อดูภาวะขาดสารอาหาร และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรับโภชนาการให้มีความเหมาะสม
วิธีดูแลตัวเอง เมื่อคุณแม่เกิดอาการอยากกินของแปลก ๆ
สิ่งสำคัญคือ อย่าฝืนกินในสิ่งที่ไม่ควรกิน ถึงแม้ร่างกายจะส่งสัญญาณว่ามีความต้องการหรืออยากกิน แต่เราสามารถใช้วิธีอื่นมาทดแทนได้ เช่น
- หากอยากกินของเย็นหรือของแข็ง ลองเคี้ยวน้ำแข็งสะอาดหรือน้ำผลไม้แช่แข็งแทน
- หากอยากดมกลิ่นแรง ๆ ใช้กลิ่นหอมจากธรรมชาติ เช่น เปปเปอร์มินต์ หรือลาเวนเดอร์
- หากรู้สึกอ่อนเพลียหรือแพ้ท้องหนัก จิบน้ำขิงหรือน้ำผลไม้เพื่อช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้
นอกจากนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ และแบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย ๆ วันละ 5–6 มื้อ จะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ลดโอกาสเกิดอาการอยากของแปลกโดยไม่จำเป็น และยังมีเคล็ดลับเพิ่มเติมอีกด้วย นั่นคือ
- อย่าแปรงฟันทันทีหลังอิ่ม เพราะกลิ่นยาสีฟันอาจกระตุ้นให้รู้สึกคลื่นไส้
- หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือของหมักดองที่เสี่ยงต่อเชื้อโรค
- ถ้าอยากกินสิ่งที่ไม่ใช่อาหารจริง ๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที
ทำความเข้าใจอาการของ คนท้องอยากกินของแปลก
แพทย์มักอธิบายว่า “ความอยากของคนท้องไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของร่างกาย” เพราะในช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนและสารเคมีในสมองเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การอยากกินบางอย่างจึงไม่ต่างจากสัญญาณขอความช่วยเหลือจากร่างกาย การรับรู้ถึงความอยากเหล่านี้ ช่วยให้คุณแม่เข้าใจสภาวะของตนเองมากขึ้น และสามารถปรับพฤติกรรมการกิน ให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของร่างกายได้
จากมุมมองของ Happybabys สิ่งสำคัญไม่ใช่การห้ามหรือบังคับ แต่คือการเข้าใจและดูแลร่วมกัน คุณพ่อหรือคนในครอบครัวควรรับฟังอย่างอ่อนโยน หาวิธีช่วยคุณแม่เลือกรับประทานสิ่งที่ “ใกล้เคียงกับความอยาก” แต่ยังปลอดภัย เช่น ผลไม้เปรี้ยวแทนของหมักดอง หรืออาหารอุ่นแทนของดิบ เพราะการตั้งครรภ์ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกายเท่านั้น แต่เป็นการเดินทางของหัวใจ ที่ทุกความเข้าใจและกำลังใจ คือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่
สรุป
คนท้องอยากกินของแปลก เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสารอาหารในร่างกาย ซึ่งสามารถจัดการได้ หากเข้าใจต้นเหตุและเลือกดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม และอย่างที่ Happybabys อยากบอกคุณแม่ทุกคนว่า ไม่ว่าระหว่างตั้งครรภ์จะรู้สึกอยากกินอะไรแปลก ๆ มากแค่ไหน จงเชื่อว่าร่างกายของคุณกำลังสื่อสารบางอย่างกับคุณอยู่เสมอ ขอเพียงฟังอย่างใจเย็น และดูแลตัวเองด้วยความรัก ความเข้าใจ ทั้งต่อตัวเองและเจ้าตัวน้อยในท้องของคุณแม่ให้ดีที่สุด




